12
Shares
More share buttons
Share on Pinterest

อ่านบล็อกทางอีเมล

ทิ้งชื่อและอีเมลไว้ จะได้ไม่พลาดบล็อกใหม่นะ :)

Subscribe!

Dubai / England / Germany Haul – มหากาพย์เปิดถุงช็อปจุใจ 3 ประเทศ 2 เดือน!

12
Shares
Share on Pinterest

Dubai / England / Germany Haul - มหากาพย์เปิดถุงช็อปจุใจ 3 ประเทศ 2 เดือน!

กลับมาแล้วค่า!~

หลังจากดองบล็อกไว้ซะนาน เป็นเวลาร่วม 2 เดือน  :( เพราะหนีเที่ยว .. แฮ่ๆ พอกลับมาได้ปุ๊บเลยมาขอเปิดกล่อง ลัดคิว Entry อื่นๆ ที่ตุนเอาไว้ก่อนเลยดีกว่า

ไอเท็มที่เอามาลงในโพสนี้เกือบทุกชิ้น ตอนนี้ก็ได้ผ่านการใช้งานบ้างแล้ว เลยอาจมีคอมเมนท์เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับของชิ้นนั้นๆ แต่ไม่ถึงขั้นรีวิว หรือสวอชสีให้ดูทุกตัว เพราะอยากเก็บเอาไว้สวอชสี/รีวิว แยกเป็นชิ้นๆ อย่างละเอียดอีกครั้งในโพสหน้าค่ะ

 

 

รูปแรกเป็นของฝาก .. ทั้งของซื้อฝากและฝากซื้อ

IMG_7689

1. ช็อคโกแลตนม / ดาร์คช็อคโกแลต สอดไส้อินทผลัมและอัลมอนด์ – อันนี้ได้มาจากดูไบ เราเคยซื้อกินเองแล้วชอบมาก รอบนี้เลยซื้อกลับมาเป็นของฝากเลย ไม่แพงมากด้วย กล่องนี้น่าจะราคาประมาณ 100 บาทไทย

2. อินผลัมอบแห้งสอดไส้อัลมอนด์ – ได้มาจากดูไบเช่นกัน ยังไม่เคยกินแต่เห็นกล่องสวยดี จำราคาไม่ได้แล้ว น่าจะราวๆ 200 บาทไทย

3. Kendal Mint Cake – มันคือน้ำตาลรสมินท์อัดแท่ง แล้วเคลือบช็อคโกแล็ต 3 แบบ .. ซื้อมาเพราะเป็นของฝากจากเมืองในอังกฤษที่เราไปอยู่ เป็นเมืองเล็กๆ ทางเหนือนู่นเลย ลอนดงลอนดอนไม่ได้ไปเหยียบเลย T^T

4. Urban Decay 15th Anniversary Palette – อันนี้พี่ที่รู้จักกันฝากซื้อเป็นกรณีพิเศษ ปกติไม่ค่อยรับฝากซื้อของเท่าไหร่แล้ว เพราะสมบัติเราคนเดียวก็หนักจะแย่  :sulk: .. แต่เห็นว่ารุ่นนี้มันหาซื้อลำบากแล้วเลยรับฝากก็ได้ .. ได้มาจากเว็บ Houseoffraser.co.uk

5. Urban Decay Naked Palette 2 – ได้มาจาก HQhair.com ตอนอยู่ที่อังกฤษ .. ตอนนั้นโปรโมชั่นของที่นี่ยั่วใจเรามากๆ “ซื้อครบ 100 ปอนด์ แถมฟรี Naked Palette 1 ชิ้น!” .. พอเพื่อนฝากซื้อ Naked 2 เลยไปถามว่าเอา Naked 1 ด้วยมั้ย จริงๆ มันฟรี แต่เราต้องช็อปให้ครบ 100 ปอนด์เลยขอให้เพื่อนจ่ายค่าตัว Naked 1 แค่ครึ่งเดียว .. เพื่อนโอเค เลยได้มาทั้ง Naked 1 และ 2 ให้เพื่อนไป

6. Urban Decay Naked Palette – ชิ้นนึงได้แถมจากออเดอร์ของ HQhair.com ที่เกิน 100 ปอนด์ .. ส่วนอีกชิ้นเพื่อนอีกคนฝากซื้ออีกเลยสั่งจาก Houseoffraser ให้อีกที

7. ช็อคโกแลตสอดไส้ Cherry Brandy – ได้มาจากดิวตี้ฟรีที่เยอรมัน .. ดูหรูหราในราคาประหยัด เลยสอยมาเป็นของฝากซะ :hehe:

8. ช็อคโกแลตแท่งๆ สอดไส้อะไรซักอย่าง – 55+ ไม่ทันได้อ่าน ได้มาจากดิวตี้ฟรีเยอรมันเหมือนกัน เห็นกระป๋องอลูมิเนียมสวยดี เลยหยิบๆ มา .. ของฝากคนอื่น ไม่ค่อยจะอ่านอะไรเยอะแยะ .. :p

 

 

ต่อไปเป็นของเราเองบ้างแล้ว .. ประเภทแรกคือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

IMG_7715

1. ยาสีฟัน Colgate MaxWhite –  ชอบแพ็คเกจแบบขวดกด ตั้งง่าย พกพาสะดวก .. ตัวนี้ได้มาจากอังกฤษ ซื้อเพราะยาสีฟันหมด :flushed:

2. ยาสีฟัน Colgate MaxWhite One – ตัวนี้ซื้อเพราะเห็นในโฆษณาทีวีในอังกฤษว่าทำให้ฟันขาวขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ : -O_O- .. เลยลองซื้อมาลอง (แต่ยังไม่เคยใช้เลย) น่าจะเป็นตัวเดียวกับ Colgate หลอดแดงๆ ตัวที่ขายในไทย .. เราได้มาจาก Superdrug ในราคาประมาณ 200 บาท

3. St. Ives – สครับยอดฮิต ได้มาจาก Spinney’s ซูเปอร์มาร์เก็ตในดูไบ ราคาประมาณ 300-400 บาทไทย (ตอนแรกว่าจะอดใจไปซื้อที่อังกฤษน่าจะถูกกว่า แต่เข้าซูเปอร์นี้บ่อยมาก จนมันห้ามใจไม่ไหวแล้ว อยากด้ายๆๆๆๆ

 

 

ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมขนาดพกพา

IMG_7722

1. + 2. Lee Stafford Shampoo & Conditioner – แชมพูและครีมนวดเพื่อผมตรง ซื้อจาก Boots ในสนามบินในอังกฤษตอนกำลังจะไปเยอรมัน อยากได้แชมพูขวดจิ๋วๆ ใช้แค่ไม่กี่วัน .. แล้วตอนนั้น Boots มีโปร 3 for 2 ซื้อ 3 จ่ายแค่ 2 เลยผุดออกมาเป็น 3 4 5 6 .. :hehe: .. กลิ่นน้ำหอมในแชมพูฉุนมากกกกก

3. + 4. Tresemme Shampoo & Conditioner – แชมพูและครีมนวดเพื่อผมมีวอลลุ่ม (คืออยากให้ผมตรงและมีวอลลุ่ม เลยหยิบมาทั้ง 2 สูตรเลย 55+)

5. Tresemme Blow Dry Lotion – สเปรย์น้ำฉีดผมก่อนไดร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่ม

6. Tresemme Freeze Hold Hairspray – สเปรย์ฉีดผมที่เราว่ามันก็ไม่ได้ Freeze อะไรขนาดนั้น .. Schwarzkopf กระป๋องดำที่ขายในไทยเวิร์คกว่าเยอะ

7. L’Oreal Elnette Supreme Hold Hairspray – ราคาประมาณ 120 บาท .. ตัวนี้ได้มาจาก Superdrug ก่อนกลับ 1 วัน เพราะเห็นในคลิปโมเมพาเพลินตอนของฝากจากอังกฤษ .. แต่พอใช้เองเราว่ามันกลิ่นเหม็นแปลกๆ เลยยังยกให้  Schwarzkopf เป็น Hairspray ในดวงใจอยู่ดีนะ

 

 

ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับร่างกาย

IMG_7737

1. Palmer’s Body Lotion – ลองซื้อขวดขวาขนาด 250 ml. มาลองใช้ แล้วปลื้มมากกก เนื้อครีมเป็นสีขาวอมเหลือง อารมณ์เหมือนเอาช็อคโกแลตมาทาตัว หอมมากกกก ให้ความชุ่มชื้นดีมากกกกก ไม่เหนอะหนะ .. เลยสอยขวดใหญ่ 400 ml. จาก Superdrug มาอีกทีก่อนกลับในราคาประมาณ 170 บาทไทย .. แต่วันก่อนไปวิลล่ามาร์เก็ตก็เจอยี่ห้อนี้ขายอยู่แต่เป็นสูตรลดรอยแตกลาย ไม่เห็นสูตรนี้เลย ..

2. Bio Oil – น้ำมันสารพัดประโยชน์ ลดรอยแผลเป็น รอยแตกลาย เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ฯลฯ .. เนื่องจากเราพอมีรอยดำจางๆ ที่ขาจากสมัยเด็กที่แพ้ยุง เลยลองซื้อมาทา .. ใช้ไปได้พักนึงแล้ว ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง แต่มันหนึบมาก .. ทาเสร็จใหม่ๆ ต้องไม่เอาขาวางแนบกับอะไรทั้งสิ้น ไม่งั้นจะรูสึกได้ถึงความเหนอะ .. แต่ต้องทนใช้ไปเรื่อยๆ ก่อน จะได้รู้ว่ามันจะเวิร์คมั้ย .. เราได้มาจากเว็บ Chemistdirect ในอังกฤษ มีโปรลดราคา ขวดใหญ่ลดจาก 20.99 ปอนด์ เหลือแค่ 12.99 ปอนด์ หรือประมาณ 650 บาทไทย

 

 

ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวหน้า

IMG_7752

1. Bioderma Sebium AI – สั่งมาจากเว็บ Leguidesante ส่งตรงจากฝรั่งเศสมาอังกฤษ พร้อมกับหมายเลข 3 .. โดนค่าส่งไป 6 ปอนด์ ช่วงนั้นเว็บนี้มีโปรลด 15% เลยได้เจ้านี่มาในราคา 300 กว่าบาท ไม่รวมค่าส่ง .. เห็นว่าตัวนี้ช่วยรักษาสิวอักเสบให้หายไวขึ้น บลาๆ เราใช้มาร่วมๆ เดือนค่อนข้างพอใจ .. ยังไงเดี๋ยวไว้มารีวิวผลิตภัณฑ์ Bioderma ที่เรามีทั้งหมดอีกที ตอนนี้ใช้อยู่หลายตัวเพราะตกหลุมรักจริงจัง <3 (รีวิวมาแล้วค่า Brand Focus: รีวิวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและรักษาสิวจาก Bioderma)

2. Bioderma Sebium Mat – ตัวนี้ได้มาจากร้าน Boots ในดูไบ เพราะตอนนั้นกระโดดโลดเต้น ตอนเดินผ่านเคาท์เตอร์นี้ใน Boots แต่เห็นว่าราคายังไม่ถูกเท่าไหร่ เลยหยิบมาแค่ตัวเดียว :p .. ตัวนี้เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์สูตรควบคุมความมันไว้ใช้กลางวันค่ะ เราได้มาในราคา AED 85 หรือประมาณ 700 กว่าบาทไทย (แอบเสียใจ รู้งี้อั้นมาสั่งใน Leguidesante ก็ดีหรอก)

3. Bioderma Sebium Hydra – ได้มาจากเว็บ Leguidesante เหมือนหมายเลข 1 ในราคาประมาณ 280 บาทไทย ไม่รวมค่าส่ง  .. เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เราเอาไว้ทากลางคืน จะช่วยเวลาคนหน้ามันที่ทายารักษาสิวแล้วมีอาการหน้าลอก

4. Bioderma PhotoDerm AKN Mat SPF 30 – ครีมกันแดดสูตรควบคุมความมัน .. ตัวนี้เราได้มาจากร้านขายยาในสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตที่เยอรมัน เพราะใน Leguidesante มันหมด .. พอไปเจอที่เยอรมันเลยกระโดดโลดเต้นใหญ่เลย XD .. ครีมกันแดดเนื้อไม่หนามาก มีกลิ่นส้มจางๆ ใช้แล้วหน้ามันช้ากว่าเดิมนิดหน่อย .. จำราคาไม่ได้แล้ว หาใบเสร็จไม่เจอ

5. Panoxyl Aquagel 10% BP – ยาทาสิวก่อนล้างหน้า สูตรความเข้มข้นสูงสำหรับคนหน้าถึกและบึกบึนเช่นเรา :p .. พอดีได้ใช้ BP 2.5% ของป้าพอลล่าแล้วไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น .. ทาก่อนล้างหน้าก็แล้ว โบกทิ้งไว้ทั้งคืนก็แล้ว เลยคิดว่าหน้าเราคงทยานไปไกลกว่าแค่ 2.5% ซะแล้ว :cry: .. เลยสอยตัวนี้มาจากเว็บ Chemistdirect ที่อังกฤษในราคาประมาณ 170 บาทไทย .. เคยทาทิ้งไว้นานสุดครึ่งชม. ยังไม่รู้สึกเคืองอะไรทั้งสิ้น แค่หน้าตึงๆ นิดหน่อยเหมือนมาสก์หน้าเอง -_-

 

 

ประเภทรองพื้น / บีบี / คอนซีลเลอร์

IMG_7764

1. Garnier Oil Free BB Cream – สั่งจาก Chemistdirect ในราคาประมาณ 350 บาท .. บีบีครีมสูตร oil free ตัวใหม่ของการ์นิเยร์ จากการใช้งานจริงเราปลื้มเลยนะ มันคุมมันได้เริ่ดอยู่ (แต่ยังแพ้อีกตัวในภาพ) ;) ปกปิดกลางๆ ไม่หนามาก .. เราใช้สี Medium

2. L’Oreal Nude Magique BB Cream – ตัวนี้ได้มาจาก Superdrug เพราะก่อนหน้านั้นเห็น Ads ใน Facebook ให้กรอกชื่อที่อยู่เพื่อรับ sample ฟรีที่บ้าน (ในอังกฤษ) เราเลยกรอกไป ไม่ถึงอาทิตย์ได้ sample มาลองใช้ .. ซึ่งเราเลิฟตรงที่เนื้อบีบีเป็นโลชั่นสีขาว ที่มีเม็ดสีเป็นเม็ดบีดส์ จะแตกตัวออกมาตอนที่เรานวดๆ ไปบนหน้า .. บีบีตัวนี้คุมมันได้บ้าง ให้ลุคบางเบา ไม่ปกปิดเท่าไหร่ เหมาะกับวันที่อยากแต่งหน้าบางๆ .. ตอนนี้เห็นว่าเข้าไทยแล้วด้วยล่ะ

3. Bourjois Healthy Mix Serum – รองพื้นสูตรเนื้อเจล ได้มาจาก Boots เหมือนกันในราคาประมาณ 550 บาท .. ตัดสินใจซื้อเพราะท่านแม่ Lisa Eldridge แนะนำรองพื้นของ Bourjois ว่าดีงู้นงี้ๆ เลยหารีวิวดูสูตรที่น่าจะเหมาะกับผิวมัน .. ตัวนี้ให้ semi-matte finish คือไม่แมทท์เกินไป ผิวมันผิวผสมผิวแห้งใช้ได้หมด .. ไม่ค่อยปกปิดเท่าไหร่ เหมาะกับวันที่ต้องการลุคธรรมชาติ ผิวผ่องๆ ดูพักผ่อนเต็มที่

4. Bourjois 1 2 3 Perfect – เป็นรองพื้น drugstore ที่เราจะซื้อทุกครั้งที่ไปอังกฤษ (หรือที่ใดก็ตามที่มี Bourjois) .. คุมมันเริ่ด! ปกปิดปานกลาง เนื้อไม่หนักหน้า ตอนนี้เป็น everyday foundation ของเราไปแล้ว :love: .. ได้มาจาก boots ในราคาประมาณ 550 บาท

5. Garnier Pure Active Spot Roll On – คอนซีลเลอร์แบบน้ำสูตรช่วยรักษาสิวไปในตัว หน้าตาเหมือน Eye Roll On เด๊ะ ต่างกันแค่สติ๊กเกอร์หน้าขวด .. ปกปิดรอยสิวได้ดีมาก ตอนนี้เป็นตัวที่เราหยิบมาใช้ทุกวัน .. ได้มาจาก Chemistdirect ในราคา 300 บาทนิดๆ

6. Boujois Healthy Mix Concealer – คอนซีลเลอร์ตัวนี้เรายังไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะสีนี้ที่เราได้มาเป็นสีที่เข้มที่สุดแต่ก็ยังขาวไปสำหรับเรา แต่ถ้าเอามากลบแพนด้าใต้ตาก็ยังพอโอเคอยู่ ทำให้ตาดูตื่น..ขึ้นมาทันที ตัวนี้เราได้มาจาก Boots ในราคาประมาณ 380 บาท

 

เนื้อครีมของ L’Oreal Nude Maqique BB Cream

IMG_4242

 

 

ประเภทแป้งและบลัช

IMG_7780

1. Laura Mercier Velour Puff – พัฟทาแป้งของป้าลอร่า สั่งจาก Houseoffraser ในราคาประมาณ 470 กว่าบาท .. ถูกหรือแพงกว่าไทยก็ไม่รู้แฮะ .. แอบเน่านิดหน่อย เพราะเอามาใช้ไปมั่งแล้ว :flushed:

2. Laura Mercier Loose Setting Powder – สั่งจาก Houseoffraser ในราคาประมาณ 1,300 บาท .. สั่งเพราะมันหมดระหว่างที่อยู่ในอังกฤษพอดี เลยซื้อพัฟซะด้วยเลย

3. Rimmel Stay Matte Pressed Powder – แป้งอัดแข็งสูตรควบคุมความมัน ได้มาจาก Superdrug ซึ่งเราว่ามันคุมมันได้ค่อนข้างดีทีเดียว .. เวลาไม่ได้มีอะไรพิเศษเราก็ปัดตัวนี้แทน LM .. ประหยัดจะตาย~ :hehe:

4. Maybelline Dream Touch Blush – ครีมบลัชที่เราได้มาจาก Superdrug ในราคาประมาณ 330 บาท .. ไปลองแตะๆ เลือกสีอยู่นานมาก สุดท้ายมาลงตัวที่สีนี้ 07 ชมพูอมพีช .. ลงตัวนี้ ปัดแป้ง แล้วลง Nars Orgasm ทับอีกที .. เริ่ด!~

 

เปิดตลับให้ดูสีบลัช

IMG_8162

 

 

ประเภทลิปสติก

IMG_7784

1. + 2. + 3. Maybelline Superstay 24Hr สี Pink Spice, Creme Caramel, และ Soft Taupe ตามลำดับ – ลิปสติกแบบติดทนยาวนานนนนน ฝั่งนึงเป็นลิปเนื้อน้ำเหมือนกลอส ทาให้ทั่ว รอแห้งแล้วเอาอีกฝั่งที่เป็นลิปบาล์มทาทับค่ะ .. จะบอกว่าเราได้ตัวนี้มาจาก Superdrug ในโปรฯ ซื้อ 3 จ่ายแค่ 2 ในราคาแท่งละประมาณ 450 บาท .. ระหว่างที่ลองสีที่หลังมือไปเยอะแยะ ไม่คิดอะไร .. พอออกจากร้านได้พักใหญ่ เอาทิชชู่มาถู ถูไม่ออก!! ล้างน้ำก็ไม่ออก!! .. ต้องเอาสำลีชุบรีมูฟเวอร์มาถูออก .. ใครเห็นก็ทักว่าเราเอายาทาเล็บมาทามือ :areyousure:

4. ลิปพาเลทของ Biba – ที่เราได้มาฟรีเนื่องจากออเดอร์ Houseoffraser เกิน 100 ปอนด์ (อีกแล้ว  :areyousure: ) ยังไม่ได้ลองเล่นเลย เลยยังไม่รู้ว่าเนื้อสีชัดเจน ติดทนนานแค่ไหน

5. MAC Viva Glam Nicki – ลิปสีชมพูสด ตัวที่เป็น rare item .. ได้จาก Houseoffraser ในราคาประมาณ 680 บาท .. ถามว่า เคยทาลิปสีชมพูสดมั้ย .. “ไม่” .. แล้วซื้อมาทำไม “เพราะมันเป็น rare item” .. แค่นี้จริงๆ

6. + 7. Rimmel Kate Lipstick สี 19 และ 26 – ได้มาจาก Superdrug ในราคาแท่งละประมาณ 280 บาท .. ซื้อเพราะเคยลองใช้รุ่นนี้มา 2 แท่งแล้วชอบมาก! เนื้อสีเข้มข้น ชัดเจน เนื้อลิปชุ่มชื้น ไม่แห้ง <3

 

Maybelline SuperStay 24Hr ทั้งสามอัน

IMG_7828

 

ลิปพาเลทของ Biba

IMG_7994

 

ลิปสติกแท่งทั้งสามอัน

IMG_7809

 

 

ต่อไปเป็นประเภทผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับตา

IMG_7836

1. Maybelline Color Tattoo 24Hr – สี On and On Bronze จริงๆ ชิ้นนี้อยู่ในโปรฯ ซื้อ 3 จ่ายแค่ 2 ของ Superdrug ด้วย .. แต่เราถูกใจแค่สีนี้สีเดียว อยากได้สีส้ม สีม่วง ก็ไม่มี เลยไม่ได้หยิบอันอื่นๆ มา .. เท่าที่ได้ลองใช้ก็ไม่ผิดหวังเลย ปาดปุ๊บ เจิดปั๊บ <3

2. Urban Decay Build Your Own Palette พร้อมอายแชโดว์สีต่างๆ ที่สั่งมาเพิ่มเติมจนเต็มพาเลท – พาเลทนี้จะมาพร้อมสีขาวครีมแบบด้านชื่อว่า Walk of shame สีเดียว ราคาประมาณ 700 บาท ซื้อสีอื่นๆ แต่ละอันกก็ประมาณ 700 บาท .. โอยย ไม่อยากจะคิดราคารวม! ><

3. Maybelline Great Lash Mascara – ตัวนี้เพื่อนฝากซื้อ ได้มาในราคาประมาณ 250 บาทจาก Superdrug

 

เปิด Maybelline Color Tattoo ให้ดู

IMG_8147

 

เปิด Urban Decay Build Your Own Palette ให้ดูพร้อมกับสีอื่นๆ ที่ซื้อมาเติมให้เต็มอีก 5 สี ..

IMG_7847

พลาดเล็กน้อยตอน depot สี X จากกระปุกมาใส่พาเลทนี้ค่ะ .. จิกเนื้ออายแชโดว์หายไปเป็นหลุมเลย :flushed:

เราทำรีวิวและ Swatch ไว้เต็มๆ แล้ว ตามไปอ่านกันได้เลย >> Review & Swatches: Urban Decay Eyeshadows in Build-Your-Own Palette

 

 

ต่อไปเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเล็บ

IMG_7872

สีแรก Did you ‘ear about Van Gogh? – จะเป็นสีครีมเจือน้ำตาล เนื้อสีชัดเจน ทารอบเดียวก็ได้ .. เราได้มาจาก Asos ราคาประมาณ 370 บาท

สีกลาง My Pointe Exactly – จะเป็นสีเทา เนื้อใสๆ ต้องทา 2 ชั้นถึงจะวาวๆ เป็นสีเทาอ่อนๆ สวยงาม อันนี้เราได้มาจาก Chemistdirect ในราคาประมาณ 390 บาท

สีถัดมา Pink Shatter – เป็นสีชมพูสดเนื้อแตกๆ เราลองทากับสีดำแล้วเริ่ดมากๆ ตัวนี้ก็ได้มาจาก Chemistdirect ในราคา 390 บาทเหมือนกัน

ปล. ไม่แนะนำให้ซื้อ OPI ในอังกฤษ เพราะราคาปกติอยู่ที่ 11 ปอนด์ แพงกว่าซื้อในไทยอีก .. ตัวที่เราได้มาถึงจะลดราคาแล้วก็ยังแพงกว่าในไทยอยู่ดี ลองหาซื้อตามร้านที่ขายของแท้ในไทยดีกว่า

ตัวขวาสุด คือ Nails Inc. Striptease Cuticle Remover – เป็นครีมที่ใช้ทาบริเวณโคนเล็บ จมูกเล็บ แล้วนวดให้ครีมซึมซักพัก แล้วไปแช่น้ำสบู่อุ่น 2 นาที พอล้างออกก็ถูเบาๆ หนังเล็บแถวๆ นั้นก็จะหลุดออกมา ทำให้ทาเล็บได้สวยขึ้น  .. เราลองใช้ได้ครั้งเดียว ถือว่าโอเค .. อันนี้เราได้มาจาก Houseoffraser ในราคาประมาณ 400 บาท

 

ทาให้ดูแค่สีเดียว สีอื่นๆ ทาตอนที่ยังทาเล็บไม่ค่อยจะเป็น (ตอนนี้ก็ยังไม่เป็น!!) เลยออกมาเลอะเทอะ .. โชว์ได้แค่สีนี้แหละ

IMG_5022

 

 

ต่อไปเป็นประเภท Accessories

IMG_7881

1. กระจกพกพา – ได้มาจาก Superdrug ราคาไม่น่าจะเกิน 100 บาท

2. ต่างหู – ได้มาจากร้าน Accessorize ที่สนามบิน Manchester เพราะกำลังจะไปงานแต่งงานเพื่อนที่เยอรมัน แล้วกลัวหูจะโล่ง เลยได้เจ้านี่มาในราคาประมาณ 400 บาท .. ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ได้ใส่ -_-

3. กระเป๋าสตางค์แบบยาว – ได้จากร้าน Accessorize เหมือนกันในราคาประมาณ 800 บาท ชอบตรงที่ช่องเยอะมาก ใส่โทรศัพท์ได้ด้วย :love:

 

เปิดให้ดูค่ะ

IMG_7887-1

 

 

ต่อไปเป็นชิ้นที่เราภูมิใจที่สุด!!

IMG_7919

รองเท้า Fitflop แบบหนัง – ได้มาจากเว็บ Shoetique จากราคาเต็ม 85 ปอนด์ ลดเหลือ 34 ปอนด์ หรือแค่ประมาณ 1700 บาทแค่นั้นเอง!!~ <3

 

แอบเอารูปที่เห่อถ่ายไว้ตอนแกะกล่องที่อังกฤษมาให้ดูด้วย <3

IMG_3271

 

 

เสื้อแจ็คเก็ตสีกากี

แบรนด์ Jane Norman ไซส์ 10 สั่งมาจากเว็บ Houseoffraser (ได้ไม้แขวนเสื้อมาในกล่องด้วยล่ะ) ราคาเต็ม 50 ปอนด์ ลดเหลือ 22.50 ปอนด์ หรือประมาณ 1,125 บาท

IMG_7939

 

 

เสื้อกล้ามสีขาว ลายฉลองโอลิมปิค

แบรนด์ Jane Norman เหมือนกัน แต่ตัวนี้ไซส์ 8 เพราะเหลืออยู่ไซส์เดียว .. พอดีเป๊ะ แต่ต้องแขม่วพุงตลอดเวลา 55+ .. ราคาเต็ม 20 ปอนด์ ลดเหลือ 9 ปอนด์ หรือประมาณ 450 บาท

IMG_7952

 

แอบใส่ให้ดูด้วย .. ถ่ายไว้ตอนอยู่ที่อังกฤษแค่รูปเดียว ขออภัยที่ภาพไม่ชัดค่ะ :shy:

IMG_4873

 

 

กระเป๋า Robin Ruth

ลายดูไบ ได้มาจากดูไบ (แน่ล่ะสิ) .. แบรนด์นี้เค้าจะทำกระเป๋าที่ระลึกของเมืองต่างๆ ขายทั่วโลก ของกรุงเทพฯ ก็มีแหละ การตัดเย็บค่อนข้างดี มีให้เลือกหลายแบบ แต่เราชอบทรงนี้ที่สุด .. ซื้อจากร้านใน Dubai Mall ในราคาประมาณ 950 บาท

IMG_7965

 

 

สุดท้ายเป็นของเก็บตกจากทริป

IMG_7697

1. ตุ๊กตากระต่าย Peter Rabbit – ได้มาจากพิพิธภัณฑ์ The World of Beatrix Potter ที่เราไปมาค่ะ ตัวนี้ราคาประมาณ 450 บาท .. น่ารักมากๆ .. หลายๆ คนอาจเคยดูหนังเรื่อง Miss Potter เมื่อปี 2006 ที่ เรเน่ เซลวีเกอร์แสดง .. นี่เป็นนิทานเรื่องแรกที่ Beatrix Pottter แต่งขึ้น

2. หนังสือนิทาน The Tale of  Peter Rabbit – เราได้มาในราคาประมาณ 300 บาท เป็นหนังสือปกแข็งเล่มเล็กๆ เนื้อหาน่ารักดี

3. หนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเกี่ยวกับ Donald Campbell – เราได้ไปที่พิพิธภัณฑ์ Ruskin Museum แล้วเค้ามีจัดแสดงเกี่ยวกับคนๆ นี้ที่แล่นเรือแบบ Hydroplane ชื่อ Bluebird ทำลายสถิติความเร็วที่ 200 ไมล์/ชม.เมื่อปี 1955 แล้วหลังจากนั้นประมาณ 12 ปี เค้าพยายามจะทำลายสถิติตัวเองโดยจะเร่งไปที่ 300 ไมล์/ชม. แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้เค้าเสียชีวิต  ซึ่งก่อนหน้านี้เราไปเที่ยวทะเลสาบที่เค้าแล่นเรือนี้มา เลยประทับใจ .. อีกอย่างการเล่าเรื่องราวของเค้าในนิทรรศการก็ทำได้ดีมากจนทำเราร้องไห้เลย ..   >_< พอออกมาเห็นหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเลยต้องซื้อมาอ่านซะหน่อย .. ได้มาในราคาประมาณ 500 บาท

4. ซีดีวง The Streetles – เป็นวง Street band ชาวเยอรมัน (แต่เล่นเพลงภาษาอังกฤษ 90%) .. เป็นสองหนุ่มที่มาเล่นในงานแต่งงานเพื่อนเราในเยอรมัน เลยทำให้เราได้รู้จักวงนี้เข้า .. มีกีตาร์กับเชลโล่ แต่เอนเตอร์เทนแขกทั้งงานได้ตั้งแต่เย็นจรดตีหนึ่งตีสองเลย  XD .. เค้ามี Facebook Page ด้วยนะ แวะไปฟังกันได้เลย~

 

ปิดท้ายด้วยภาพซีดี พร้อมลายเซ็นด้านใน ..

IMG_8326-1

 

เพื่อนๆ มีไอเท็มที่พลาดไม่ได้ที่ต้องซื้อทุกครั้งที่ไปต่างประเทศบ้างมั้ย แชร์ได้ที่คอมเมนท์ด้านล่างเลยค่า~

Signature120x50

12
Shares
Share on Pinterest

Leave A Comment

Scroll to top